เธอไม่รู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องนี้สักนิด
แล้วเลยอดคิดไม่ได้ว่ามีเรื่องไหนบ้างที่เธอตื่นเต้น ..
มีไม่กี่เรื่องในชีวิตที่ตื่นเต้น
แต่หนึ่งในนั้นคือการได้พบสบตากับผู้หญิงที่เหมือนเดินออกมาจากความฝันคนนั้น..
และแถมยังมีเหรียญทองลงยารูปดอกกุหลาบสีแดงแขวนอยู่ที่คอ ..
นั่นละเรื่องตื่นเต้นเหลือเกินในชีวิตจริงของเธอ
ส่วนเรื่องตื่นเต้นในความฝัน.. เฮ้อ .. ประกายจันทร์สลัดหัวไปมา
เฮ้อๆ.. แยกให้ออกเสียทีระหว่างความฝันกับความจริงเจ้าจันทร์เอ๊ย
หาไม่อาจเป็นเหมือนคนบ้าที่เดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ข้างทาง
คนบ้าควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้จึงปล่อยตามสบาย
และหลุดพ้นจากบ่วงแห่งกฎเกณฑ์ทุกสิ่ง
บางทีเมื่อมองคนบ้าเธอยังอดคิดไม่ได้ว่า เขาดูมีความสุข ดูสบายใจ
เพราะมีอิสระอย่างแท้จริง แม้นเนื้อตัวร่างกายจะมอมแมม
แม้นว่าเดินไปทางไหนผู้คนจะมองเขาอย่างหวาดระแวง เด็กๆ
พากันร้องไห้กระจองอแงเพราะกลัวถูกทำร้าย
คิดแล้วประกายจันทร์ก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
"ยิ้มอะไร?" พราวนภาถาม
"เปล่า"
"ที่แท้ตื่นเต้นเหมือนกันใช่ไหมล่ะ"พราวนภาแซว
ประกายจันทร์ได้แต่หัวเราะเบาๆ
เธอมองดูความสุขในดวงตาของคนรักแล้วรู้สึกสงสาร
หากคนเราสามารถอ่านความนึกคิดของกันและกันได้
บางทีอาจทำให้ความสุขที่ร่ายระบำอยู่สูญสลายไปได้
"ถ้ากุ๊กไก่เป็นเศรษฐีนะ กุ๊กไก่จะปลูกบ้านไว้ทุกจังหวัดที่กุ๊กไก่ชอบ"
ประกายจันทร์เลิกคิ้ว
"มันฟังดูเท่ห์มากเลยนะ มีบ้านพักตากอากาศที่เชียงใหม่ ภูเก็ต
เมืองกาญจน์ "
"ทำไมไม่มีให้ครบสี่ภาคซะเลย" ประกายจันทร์ท้วงติงยิ้มๆ
พราวนภาหัวเราะเบิกบานใจ
"นั่นสินะ มีให้ครบทั้งสี่ภาคก็ดีเหมือนกัน"
"ให้จันทร์อยู่ด้วยไหม?" ประกายจันทร์ทำเสียงหยอกเย้าจึงโดนทุบเข้าให้
"บ้า"
"เอ้า"
"ก็ทำเสียงอย่างงั้นทำไมเล่า"
"แหม"
"เสียอารมณ์เลย จันทร์นี่เป็นนักทำลายบรรยากาศจริงๆ"
"ขนาดนั้นเชียว"
"บางทีคนเราก็มีความสุขกับความฝันหวานๆ
แต่คนบางคนอาจมีความสุขในการทำลายความฝันของคนอื่น" พราวนภาเง้างอน
"แหม"
"ไม่ต้องมาแหม"
"ขอโทษ" ประกายจันทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เธอรู้สึกเหนื่อยกับการเป็นคนรักของพราวนภา
และคิดถึงความรู้สึกในการเป็นคนรักของทาสแก้ว
ซึ่งก็เหนื่อยแต่เป็นความเหนื่อยที่ต่างกัน
หรือที่แท้การมีความรักนั้นคือความเหน็ดเหนื่อย
เหนื่อยที่จะต้องดิ้นรณที่จะได้อยู่ด้วยกัน
และเหนื่อยที่จะต้องประคับประคองความรัก
ดูแลความรู้สึกกันและกันอย่างละเอียดละออทุกขณะจิต
พราวนภาคล้องแขนเข้ากับแขนของเธออย่างน่ารัก
"กุ๊กไก่ไม่ได้โกรธจริงจังอะไรหรอก"
ประกายจันทร์ยิ้มให้ เธอมองเห็นพราวนภาเป็นสาวใสๆ
ที่ในหัวใจปริ่มไปด้วยความรักที่มีต่อเธออย่างตรงไปตรงมา
เป็นความรักความผูกพันที่งดงามอย่างยิ่ง และเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว
ความรู้สึกของเธอที่มีต่อผู้หญิงคนนี้
ในวันนี้มันเปลี่ยนไปแล้วจากเดิมเพราะในใจของเธอนั้นโหยหาคนอื่นทดแทนเสียแล้ว
เธออยู่ตรงนี้ที่เดิมที่เคยอยู่ แต่.. เธออยู่แต่เพียงกายเท่านั้นแล้ว
*
สถานีรถไฟหัวลำโพงตอนค่ำคึกคักไปด้วยผู้คนทั้งที่มาจากต่างจังหวัด
และที่กำลังหิ้วกระเป๋าแบกข้าวของมุ่งหน้าจะเดินทางออกจากเมืองกรุง
"คนเยอะจัง" พราวนภายิ้มแต้ หากประกายจันทร์กลับคิดบ่นในใจว่าสับสนจัง
ที่นี่มีคนเข้าออกเนืองแน่นตลอดเวลาทั้งที่ไม่ใช่วันหยุดตามเทศกาล
หรือวันหยุดยาว เธอจำได้ว่าตอนยังเด็ก
การได้เดินทางด้วยรถไฟนั้นสนุกตื่นเต้นนัก
แม้นว่าจะเป็นเพียงการเดินทางระยะสั้นๆ แค่จากกรุงเทพฯ
ไปอยุธยาเท่านั้นก็ตามที
"กุ๊กไก่ไม่ได้ขึ้นรถไฟตั้งนานแล้ว" พราวนภายิ้มระรื่น
ดวงตาพราวด้วยความตื่นเต้น เห็นอย่างนี้แล้วประกายจันทร์อดยิ้มไม่ได้
สองคนเดินหาชานชาลาตามหมายเลขในตั๋วรถไฟ
แล้วพบว่ารถที่จอดอยู่ยังไม่ใช่ขบวนที่จะขึ้นจึงต้องรอที่ม้านั่งไม้ที่เหลือที่นั่งสำหรับคนเดียว
ประกายจันทร์พยักให้ให้คนรักนั่ง
ส่วนเธอเดินเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้นท่ามกลางอากาศร้อนอ้าว
เสียงเพลงเรียกเข้าที่ดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือ
หยุดฝีเท้าของเธอให้ชะงักนิ่ง ความตื่นเต้นแผ่ซ่านอยู่ในใจ.. นี่ไงเล่า
ความตื่นเต้นของเธอ .. เสียงเพลงเรียกเข้า ดั่งเสียงเรียกจากอดีตกาล ..
ดั่งเสียงคร่ำครวญหาของใครคนหนึ่งที่ร่ำร้องหาเธออยู่เสมอ
"สวัสดีค่ะ"
ประกายจันทร์กดปุ่มรับสายหลังจากเดินหลีกพ้นจากรัศมีที่สายตาของพราวนภาจะมองเห็น
"สวัสดีค่ะคุณจันทร์" เสียงของพวงแก้วอ่อนหวานและอ่อนโยนมาตามสาย
"ไม่ทราบว่ารบกวนหรือเปล่าคะ?"
"เปล่าค่ะ"
"คุณอยู่ที่ไหนคะนั่น"
"หัวลำโพงค่ะ"
"กำลังจะเดินทางหรือคะ?"
"ค่ะ กำลังจะไปเชียงใหม่"
"เชียงใหม่.."
"ค่ะ"
"คุณฝัน.. เอ้อ คุณฝันเกี่ยวกับเชียงใหม่หรือเปล่าคะ
คุณจะไปเชียงใหม่ทำไมคะ?" เสียงพวงแก้วมีความกังวล
และประกายจันทร์เองก็อดใจหายไม่ได้ ..
นี่แปลว่าพวงแก้วกับเธอฝันเรื่องเดียวกันอีกแล้วใช่ไหม?
"ใช่ .. ค่ะ..ฉันฝันเกี่ยวกับเชียงใหม่
แต่ที่จะไปนี่ไม่เกี่ยวกับความฝัน กุ๊กไก่เค้าอยากไปเที่ยวน่ะค่ะ"
".. ฉันแค่อยากรู้ว่า ฉันกับคุณยังฝันเรื่องเดียวกันอยู่หรือเปล่า
ฉันฝันว่าคุณจันทร์กำลังคิดจะพาแก้วหนีไปกับคุณน้า"
"คุณน้านวลแข?" ประกายจันทร์เอ่ยชื่อเพื่อทดสอบ
พวงแก้วเงียบไปหลายวินาที ก่อนจะพึมพำออกมาว่า
"เราฝันเรื่องเดียวกันจริงๆ"
ประกายจันทร์เองก็อดจะขนลุกไม่ได้ ใช่แล้ว เราฝันเรื่องเดียวกันจริงๆ
"ไม่เป็นไรนะคะ" ประกายจันทร์ปลอบ เพราะเธอเชื่อว่าพวงแก้วค่อนข้างตกใจ
ตัวเธอเองก็ตกใจ.. แต่เธอห่วงพวงแก้วมากกว่า
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่เป็นไร คุณเที่ยวให้สนุกนะคะ"
"คงไม่สนุกนักหรอกคุณ" ประกายจันทร์บอกไปตามตรง
เพราะเธอรู้สึกห่วงหน้าพะวงหลังพิกล
"มันก็แค่ความฝัน"พวงแก้วบอกมา
"ฉันว่าเป็นเพราะฉันจริงจังกับมันมากเกินไป คุณอย่ากังวลเลยค่ะ"
"เอ้อ ถ้าคุณมีอะไร หรืออยากคุยก็โทรมานะคะ"
ประกายจันทร์บอกด้วยความห่วงใย
"คุณสะดวกคุยกับฉันทุกเมื่อหรือคะ?" พวงแก้วอดย้อนถามไม่ได้
"คุยได้" ประกายจันทร์บอกด้วยเสียงเข้มงวด
"ห่วงคุณ"และจริงใจ
พวงแก้วนิ่งไปอีกพักก่อนจะบอกออกมาว่า
"ขอบคุณนะคะ"
ประกายจันทร์แอบคิดต่อท้ายคำขอบคุณของพวงแก้วว่า .. ทูลหัวของแก้ว ..
"เท่านี้ก่อนนะคะ" สองคนเอ่ยออกมาพร้อมกันแล้วรู้สึกเขินๆ
"เอ้อ.. "
"เดินทางปลอดภัยนะคะคุณจันทร์"
"ขอบคุณ"
"รักษาตัวด้วยนะคะ.."
พวงแก้วตัดสายไปแล้ว ประกายจันทร์ยืนนิ่งทบทวนทุกถ้อยคำที่พูดจาพาทีกัน
แท้จริงเธอและพวงแก้วต่างเป็นเพื่อนร่วมชะตาที่ต้องหันหน้าเข้าหากันทำอะไรสักอย่างซึ่งตอนนี้เธอเองและตัวพวงแก้ว
ต่างยังไม่รู้ว่าอะไรสักอย่างนั้นคืออะไร .. สำหรับตัวเธอเองรู้แต่ว่า
อะไรก็ได้ที่จะทำให้เลิกฝัน
หรืออะไรก็ได้ที่จะทำให้ความฝันนั้นหมดอิทธิพลต่อชีวิตเธอและผู้หญิงคนนี้
แต่เธอกลับรู้สึกว่า เนื่องจากความฝัน
ทำให้วันนี้จิตใจของเธอเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย .. และเนื่องจากความฝัน
ทำให้เธอหลงรักผู้หญิงอื่นที่มิใช่คนรัก และทำให้เธอเป็นทุกข์..
"หายไปไหนตั้งนาน" พราวนภาขมวดคิ้วถามเมื่อคนรักเดินกลับมาหาที่ม้านั่ง
"ก็เดินไปเรื่อยๆ"
"ห้ามไปไหนอีกนะ"พราวนภาจับมือเธอเอาไว้
"ไม่ไปแล้วล่ะเดี๋ยวรถก็เข้าแล้ว"
"ร้อนจังเลยอยากอาบน้ำ"
คราวนี้ประกายจันทร์หัวเราะ
"สงสารจัง เหมือนพากุ๊กไก่มาลำบาก"
พราวนภาหัวเราะบ้าง แก้มใสๆ ตาใสๆ ทำให้ประกายจันทร์นึกสงสารจับใจจริงๆ
"ไม่ลำบากหรอก แค่ร้อนอยากอาบน้ำ.. กุ๊กไก่ดูน่าสงสารมากหรือจันทร์"
ประกายจันทร์ลูบหัวคนรักไปมา
"มาก"
"งั้นก็สงสารกุ๊กไก่ให้มากๆ หาอะไรมาพัดวีให้หน่อยน๊า"
คราวนี้หัวเราะคิกๆ
"กลายเป็นนางสนมไปเลยเรา" ประกายจันทร์ยิ้ม
แต่เธอก็เปิดกระเป๋าค้นหาหนังสือออกมาได้เล่มหนึ่ง เอามาพัดให้
"น่ารักจังเลย"
Labels: นิรันดร์กาล 25